Computer Science #11 KKU
February 10, 2012, 05:07:39 AM *
Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length
News:
 
   Home   Help Chat Login Register  
Pages: [1] 2 3  All
  Print  
Author Topic: วิธีการเลือกดูรถมือสอง  (Read 20820 times)
0 Members and 5 Guests are viewing this topic.
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« on: December 03, 2006, 07:52:03 AM »

จากที่เป็นบ้ารถมือสองมาหลายปี บัดนี้พอมีความรู้อยู่บ้างเลยมาเล่าสู่กันฟัง เพราะบางคนคิดว่ารถมือสองมันไม่นิ้งแบบรถป้ายแดง แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมามันฟ้องว่าซื้อรถมือสองตามกำลังทรัพย์นี่ มันเป็นการจับจ่ายที่คุ้มค่าหากเรา "ดูเป็น" นั่นเอง บางคนบอกว่ารถมือสองไม่เหมาะกับคนที่ไม่รู้เรื่องราวของเครื่องยนต์เลย เพื่อความสบายใจไปถอยป้ายแดงดีกว่า แต่อันที่จริงแล้ว รถมือสองไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดหากเราจับรถที่ถูกรุ่น ถูกที่ นั่นเอง

ขั้นตอนการเลือกรถมือสองก็คือ

1. เลือกรถ ต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเราก่อน ว่าเราเป็นคนแบบไหน อ่านได้ที่นี่ http://www.one2car.com/Car2Care/read_dtl.aspx?Know_Car_Id=A120420422&Know_Topic_Id=1

พอเป็นสังเขปได้พอสมควร จากนั้นเราเลือกยี่ห้อ ขนาดเครื่องยนต์ ปี ที่เราสนใจ โดยต้องไม่ไปเลือกรุ่น ต้องห้าม บางรุ่น เพราะความสวยเช่น SAAB 900s 2.0 ปี 95
http://www.one2car.com/CarInfor/cardetails.aspx?caridx=H23065005&row=2

ราคาอยู่ที่ 180,000 บาท ยังไม่ได้ต่อราคาด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อว่ารถราคา ล้านสาม ตอนนี้เหลือแค่นี้ ไม่ต้องแปลกใจว่าคันนี้ไปเหยียบใครมาหรือเปล่า หรือรถผีสิงอะไรเพราะ ราคาในท้องตลาดก็ราคานี้แหละ เพียงแต่ว่าค่าดูแลรักษา SAAB 900s ที่สามารถเหยียบได้ 250 km/hr อย่างหน้าชื่นตาบานนั้น แลกมาด้วยค่าบำรุงษ์รักษา ไม่ใช่ธรรมดา บางคนใช้แล้วซ่อมไปกว่า สองแสนบาท ที่ศูนย์เพชรบุรี (ซ่อมศูนย์ได้สถานเดียว) รถแบบนี้มือใหม่ก็พึงหลีกเลี่ยง

2. ไปดูรถ อาจจะไปดูที่เตนท์รถ หรือ บ้านคนที่ติดต่อไว้ทางเน็ต วิธีการดูคร่าวๆ ทั่วๆไปคือ

2.1 การทำสีของรถ โดยใช้เล็บเคาะรอบคันเพื่อฟังเสียงรถ โดยหันหลังมือให้ตัวรถ แล้วใช้ปลายนิ้วเคาะโดยให้หลังเล็บสัมผัสกับตัวรถ เคาะรอบคันแล้วฟังเสียง   หากเสียงไม่เท่ากัน คือเสียงทุ้มแน่น บริเวณใดแสดงว่าบริเวณนั้นผ่านการทำสีมา   ยิ่งทุ้มมากยิ่งทำสีหนามาก เป็นวิธีโบราณที่คนชอบทำมากๆ แต่พอพิสูจน์ได้ระดับหนึ่ง เพราะเจ้าของเดิมอาจซื้อเหล็กมาเปลี่ยนบางชิ้นให้ดูบางเดิมได้ ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรกับการทำสีรถมา หากเป็นรถปีเก่าหน่อย เราอาจจะรู้สึกดีด้วยซ้ำที่ท่านไปทำสีมาให้ก่อนขาย งานนี้ถือว่าไกลหัวใจ

2.2 ทดสอบว่ารถเคยหงายท้อง มาหรือไม่ โดยกางมือออกแล้วใช้ฝ่ามือเคาะบริเวณหลังคารถ เพื่อฟังเสียง หากเสียงไม่สม่ำเสมอ มีเสียงทุ้มแน่น บริเวณใดแสดงว่าบริเวณนั้นผ่านการทำสีมา  ยิ่งทุ้มมากยิ่งทำสีหนามาก แต่อย่าเคาะแรงเกรงใจคนขายด้วย วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับบางรุ่นเช่น Mitsubishi e-car ซึ่งมีปัญหาหลังคาผุเนื่องจากกาวของการประกอบของโรงงานในไทย เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ใครๆ ก็ไปทำสีหลังคามาทั้งนั้น


3. เปิดฝากระโปรงรถ สังเกตุดู

    - รูคานหน้า รูนี้มีไว้สำหรับเกี่ยวยกขึ้นตอนประกอบรถยนต์ หากรถคันนี้ ผ่านการชนจากด้านหน้า รูนี้จะไม่กลมเหมือนเดิมแม้จะซ่อมมาแล้ว บางคันก็ทำแนบเนียน อย่างรถไอ้คุณเก๋ ซึ่งไปซดตูดเขามา เลยเปลี่ยนคานหน้าใหม่ทั้งแผลสวยงามจับไม่ได้ แต่มีวิธีการดูคือ รอยอาร์ค ซึ่งเป็นเทคนิคขั้นแอดว้านส์ ว่างๆจะถ่ายรูปมาให้ดู
    - น๊อตต่างๆ หากมีการซ่อมแซมมาน๊อตจะถูกหมุนออก จุดที่น๊อต กับตัวถังสัมผัสกัน สีจะต่างกันหรืออาจจะเป็นสีขาวที่เกิดจากการหมุนน๊อต ซึ่งถ้าไม่ใช่รถมือสองราคา 4-5 แสนขึ้นไป ให้มองข้ามจุดนี้ไปได้เลย เพราะว่าเป็นเรื่องปกติของรถมือสองที่บางครั้งอาจขับไปถูกับอะไรมาบ้างแล้วทำสีใหม่
    - เส้นนำสายตา ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาที่ขนานกันและจะมีอุปกรณ์ที่เหมือนกันอยู่ให้สังเกตุว่าฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาเหมือนกันไหม หากไม่เหมือนแสดงว่าอุปกรณ์ถูกเปลี่ยนมา แต่มีบางรุ่นอย่าง ไครสเลอร์นีออน ที่ถูกออกแบบมาให้กระจกมองหลังด้านซ้ายขวาไม่เหมือนกัน วิธีนี้เป็นวิธีที่เต้นท์รถใช้ บางทีเราเอารถไปเทิร์น เต้นท์ไม่ลองขับ และไม่เคาะรถดูด้วยซ้ำไป

4. ทะเบียนรถที่ติดกับตัวรถ ถ้าเป็นทะเบียนจริงที่ออกจากขนส่งจะมีตัวปั้มนูนกลมๆ ว่า ขส และมีเลขรันนัมเบอร์ อยู่มุมด้านล่างสังเกตุได้ด้วยตาเปล่า อันนี้ก็หมูๆ สังเกตุได้โดยทั่วไป แต่ถ้าเล่นรถโบราณ ทะเบียนจะเป็นตราโล่ห์ ของกองทะเบียน กรมตำรวจเดิม

5. เล่มทะเบียน(สีเขียวๆอ่ะ) เล่มจริง สำคัญมากๆ ตัวเลขที่ปกต้องมีขนาดและช่องไฟเท่ากัน ด้านในบอกรายละเอียดรถว่าทะเบียนไร สีไร ฯลฯ ให้สังเกตุตัวหนังสือ ตัวเลขว่าเหมือนกันไหมเช่น เลข 1 ให้สังเกตุดูที่ฐาน ถ้าของปลอมจะไม่เหมือนกันทุกตัว บางตัวอาจเป็นเลข 1 มีฐาน บางตัวไม่มีฐาน อีกอย่างคือ ให้สังเกตุดูลายเซ็น เจ้าหน้าที่ เช่นกรณีการต่อภาษี แต่ละปีลายเซ็นเจ้าหน้าที่จะต้องไม่เหมือนกัน  เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ที่ทุกปีจะต่อภาษีกับเจ้าหน้าที่คนเดียวกัน แต่ไม่เสมอไปเพราะรถทะเบียนต่างจังหวัดบางคันก็นายทะเบียนเจ้าเก่า ก็ว่ากันไป เบิ่งดูดีๆ อย่ามัวดูแต่รถ เล่มทะเบียนถ้าเล่มเดิมเจ้าของเก่าทำหายแล้วไปแจ้งทำใหม่ รถที่ไม่ใช้ทะเบียนตั้งต้น ราคาขายต่อตกหลายหมื่น บางคันเป็นแสน

ุ6. ลองขับ ให้ลองขับดู จากช้าๆ ไปเร็ว ไม่ควรเปิดวิทยุเพื่อลองตอนลองขับ เพราะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงช่วงล่าง ให้เราลองขับช้าๆก่อน แล้วเลี้ยวเยอะๆ ว่าเครื่องมีอาการรอบต่ำลงรึเปล่า เพราะหากพวงมาลัยพาวเวอร์มีปัญหา เวลาหักเลี้ยวมากๆ แล้วเราไม่เร่งเครื่องมาก ปั้มพาวเวอร์จะดึงรอบลงเยอะมาก

7. ทดสอบเกียร์ ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ ให้ค่อยๆออกตัวจากช้าไปเร็ว เข้าเกียร์ D เหยียบคันเร่งแล้วรถออกตัวเลยหรือไม่ ถ้า2-3 วินาที ถึงออกตัวได้ แสดงว่าเกียร์ออโต้หมดอายุแล้ว หลังจากนั้น ให้เราเร่งตัวออกช้าๆ สังเกตุอาการเปลี่ยนเกียร์ออโต้ว่าราบรื่นหรือไม่ ให้นับในใจด้วยว่าตอนนี้ไปถึงเกียร์ไหนแล้ว เคยมีบางคนไปลองรถมือสอบ ขึ้นขับเหยียบพรวดเดียว 140 เลย ทำให้ไใ่สามารถคาดเดาอะไรได้เลยนอกจากความัน แล้วความเสี่ยงเพราะรถที่เตนท์ เราไม่อาจทราบได้ว่า ยางที่ติดรถใหม่เก่าเพียงใด

8. แอร์ ลองจอดอยู่กับที่ เปิดแอร์ โดยให้รถตากแดด ดูว่าแอร์สู้กับอากาศร้อนได้หรือไม่ ถ้าเย็นแบบงั้นๆ ให้เราต่อรองให้่เจ้าของ ซ่อมแอร์ให้ก่อนได้ เพราะรถที่แอร์ไม่เย็นบางคันได้มาแล้วอาจต้องซ่อมภายหลัง 4-5 พันบาท แต่บางคันซื้อมาเย็นๆดี ใช้ไปซักเดือนถึงงอแง แบบนี้ถือว่าถึงคราวเคราะห์

9.ต่อรอง ต่อรองราคา ควรมีการศึกษาไปก่อนว่า รถที่เราไปดู ปกติมีราคากลางในท้องตลาดเท่าใด โดยดูจากเว็บทั่วๆไป แล้วลบลงจากนั้นอีก 1 หมื่น บาท ต่อ 1 แสน เช่น ในเว็บ 200000 บาท แสดงว่า รถบ้านที่ขายกันไม่ควรเกิน 180000

10. จัดไฟแนนซ์เพื่อผ่อน อันนี้เต็นท์จะโทรไปตามพนักงานปล่อยสินเชื่อจาก บริษัทมาให้เรา โดยค่าจัด เต็นท์จะเป็นผู้ออกให้เรา ที่เราต้องจ่ายจะมี"ค่าเลี่ยง" คือบางคันบริษัทกำหนดว่าต้องทำประกันชั้นหนึ่งด้วย แต่ถ้าเราไม่ทำ เราก็จ่ายค่าเลี่ยงให้บริษัทไป ประมาณ 1000-1200 บาท

แฮะๆ ว่ามายืดยาว ใครสนใจรถมือสอง ก็สอบถามมากได้ ไม่ใช่คนขาย ไม่ได้เป็นญาติอะไรกับเต้นท์ คราวก่อนพาเก๋กับป๊ะไปถอยมาเมื่อหลายปีก่อน เจ้าของเต้นท์ทั้งสองเต้น ถามเก๋กับป๊ะว่า

"น้องพาใครมาด้วย....ช่างสีหรอ"

มีรายนึงถามว่า "สองคนนี้ เขาจ้างคุณมาดูรถหรอ"

เพราะเดี๋ยวนี้มีอาชีพรับดูรถด้วยนะครับ ส่วนตัวยังไม่เก่งพอขนาดทำเต้นท์ได้ เพราะว่ารถแต่ละรุ่นมีวิธีดูที่แตกต่าง ที่ดูเป็น พอดูได้บางรุ่นเท่านั้นครับ

ปล. กระทู้ตั้งขึ้นเพื่อไซโค เพื่อนฝูงบางท่านที่มีเงินแล้ว วางแผนแล้ว แต่ยังไม่ใจ อิอิ

Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #1 on: December 08, 2006, 11:11:49 AM »

รถที่น่าสนในปีหน้า ย้ำว่าปีหน้าเพราะ ปีหน้ารถมือสองจะขึ้นปีใหม่ทำให้ราคาถูกถีบลงมาต่ำกว่าเดิมเสียอีก

ตัวเลือก ที่น่ามองที่สุดตอนนี้ในงบ ไม่เกินสามแสนคือ

นิสสัน เซฟิโร A32 ปี 96-97

มีสองตัวให้เลือกคือ เครื่อง 2.0G V6 AT หรือ สองพันซีซี แบบวีหก เกียร์ออโต้ และ 3.0 GV V6 เครื่องสามพันซีซี วีหก

เครื่องต่างกัน และรูปร่างต่างกันเล็กน้อย สังเกตได้ชัดๆคือ ช่องลมด้านหน้ารถ เป็นเหล็กสีเงิน ในรุ่น สามพันซีซี

แนะนำว่าเล่นได้ทั้งสองตัว เพราะกินน้ำมันดุเดือดหน่อยทั้งคู่ แต่ทุกวันนี้แม้แต่รถคันเล็กๆ ก็หันมาติดแก้สกันทั้งนั้น

หมายความว่า ซื้อมาแล้ว ติดแก้ส รุ่นนี้จะกินประมาณกิโลเมตรละบาทนิดๆเท่านั้น





จุดเด่นของการใช้งาน

เป็นรถที่ขับสบาย ภายในหรูหรา ราคาขายต่อคาดว่าจะไม่ตกลงไปกว่านี้มากนักเพราะตอนนี้ สามารถจับมือสองได้ราคาไม่ถึง 250000 บาท ได้รถสภาพดีเพราะรุ่นนี้วัยรุ่นไม่นิยมซื้อมาแต่ง ดังเห็นได้จากราคามืองสองที่ลงมาเร็วมากๆ

อะไหล่มีมากมาย ไม่ต้องพึ่งศูนย์บริการ ระบบช่วงล่างใช้ระบบช่วงล่างเป็นทอร์ชั่นบาร์ ทำให้มีพื้นที่เหลือภายในและกระโปรงหลังมากกว่ารถขนาดใหญ่ทั่วๆไป

ได้รถระดับนี้ในราคาไม่ถึงสองแสนห้า เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก แต่ที่จริงแล้วเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจ

ข้อเสีย

รถค่อนข้างอืดไปสำหรับคนเท้าหนัก กินน้ำมันมากซักหน่อยในเมือง แต่หากติดแก้สก็จบ มีอู่ที่ติดแก้สสำหรับรุ่นนี้โดยตรง อะไหล่การดูแลรักษา ง่ายกว่า และต่ำกว่า ฮอนด้าแอคคอร์ดรุ่นงูเห่าหลายเท่า

ใครมองหารถอยู่ ปีหน้านี้เป็นโอกาสอันดีจริงๆ

Logged
KYM
Sr. Member
****

ความนิยม: +0/-0
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 479



« Reply #2 on: December 08, 2006, 04:51:54 PM »

ถือว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจก ว่าแต่ไม่มียี่ห้ออื่นให้เลือกมั่งเหรอ
เช่น yamaha , kawa .... Tongue (แฮะๆ..ไม่มีตังง่ะ)
Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #3 on: December 18, 2006, 10:01:58 PM »

เอารูปไปหลอนอีกเป็นการเพิ่มเติม
Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #4 on: December 18, 2006, 10:03:33 PM »

คันเขียวราคาราวๆสองแสนสาม คันบรอนด์ ราวๆ สองแสนห้านิดๆ

หุๆ ว่าแล้ว เก็บตังค์หาเงินดาวน์ ดีกว่า..
Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #5 on: December 18, 2006, 10:15:43 PM »

ตามใจกระแสร์อีกหน่อย ในเมื่อต้องการงบน้อยลง จะลดลงให้ทีละห้าหมื่นะจ๊ะ

คันนี้  MAZDA 323-ASTINA F 5Dr 1.8 MT ราคา 170000 - 210000 บาท หรือน้องติ๊นา โฉมตาตี่

ราคาวิ่งตามปีใหม่เก่า คันนี้เตนท์ตั้งราคาคุยไว้ที่ 21 หมื่น ซึ่งไปซื้อจริงๆ 18 หมื่นก็วิ่งตามมาขายแล้ว

รถรุ่นนี้เกาะถนนสุดยอด หัวฉีด พ.พาวเวอร์, กระจกไฟฟ้า, เซ็นทรัลล็อก, เบาะกำมะหยี่, หัวฉีด,กระจกมองข้างพับไฟฟ้า ฯลฯ

ซ่อมบำรุงษ์ ง่ายกว่าตัวอื่นๆมาก เพราะรุ่นนี้อะไหล่ไม่ได้หายากแบบโครโนส เพราะใช้อะไหล่ร่วมกับโฉมไฟป๊อป อารียาได้มากมาย

ภายในกว้างขวางผิดกับรูปลักษณ์สปอร์ตภายนอกเพราะทำมาให้นั่งแบบรถบ้านสี่ประตู และรถมาสด้่า คนไม่ค่อยรู้จักเพราะไม่เคยลองใช้ แต่หากใครได้ลองจะรู้ว่านี่มันน้องซูบารุอิมเพรสซ่าดีๆนี่เอง
Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #6 on: December 18, 2006, 10:33:34 PM »

หากนัททะยังบ่นว่าราคาแพงไป งบไม่พอ หรือไม่ชอบรูปทรง อยากได้ราคาถูกลงไปอีก อ่าวจัดไป

์NISSAN SUNNY B14 EX SALOON 1.5 AT หรือรุ่น "เพื่อนเก๋" นั่นเอง ล้อเล่น เขาเรียกว่า "บีสิบสี่ ไฟท้ายชั้นเดียว" ซึ่งจริงๆแล้วเป็นตัวถัง b15 เพราะบ้านเราข้ามรุ่นปี 14 ที่ไม่เข้ามาขายในไทย

แต่คนก็เข้าใจผิดกันไปหมดแล้ว เอาเป็นว่า หยวนๆ

เอ้าต่อ ... ตอนนี้ราคาตกรูดมหาราด เนื่องจากคนลืมๆ แบรนด์นิสสันไป เพราะการไม่โปรโมทของการเปลี่ยนผู้บริหารบริษัทนิสสันใหม่

เลยทำให้ราคารถมือสองนิสสันตกลงมาจนคงที่ รุ่นนี้ตอนนี้ตลาดมือสองกำลังขายดิบขายดี เพราะเตนท์ซื้อเข้าไม่ต้องกดราคามากเพราะมันต่ำอยู่แล้ว ขายออกเอากำไรนิดหน่อยเพราะรถขายง่าย

ไม่น่าเชื่อ... เพราะว่าราคามาตกที่ 15-18 หมื่นเท่านั้น แม่จ้าว...

หมายความว่าตกจากราคาเมื่อปีก่อนเกือบแสนบาท

มาที่เรื่องอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้แก่ พวงมาลัยพาวเวอร์, กระจกไฟฟ้า, เซ็นทรัลล็อก, เบาะกำมะหยี่ เกียร์ออโต้ กินน้ำมันน้อย ใครบอกว่านิสสันกินน้ำมันเยอะ ร้อยทั้งร้อยไม่เคยเป็นเจ้าของประเภทเขาเล่ามา (ยกเว้นนีโอของพี่ป๊ะ ที่กินน้ำมันเก่งหน่อย) ไม่เคยแม้แต่ยืมเขามาขับ

สมรรถนะ เกาะถนนพอสมควร ไม่ถึงกับเหนียวหนึบ แต่แน่นอนว่าแน่นกว่าโตโยต้า และฮอนด้า เพราะทอร์ชันบาร์หลังลิขสิทธื์ของนิสสัน ทำได้กว่าเอชบีมและสตัทของเจ้าตลาดมากๆ

แต่อาจจะไม่ว่องไวสำหรับคนเท้าหนัก แต่พี่เก๋ก็ได้ทดสอบมาให้เราได้ประจักษ์แล้วว่า ความปลอดภัยของรถคันนี้สูงเพียงใด

ข้อด้อย ราคามืองสองตก แต่เข้าใจว่าคงจะไม่ตกไปกว่านี้อีกแล้ว ระบบแอร์ งอแงบ้าง ซ่อมไม่กี่ตังค์จบเพราะปัญหาคือ มันมีฮีตเตอร์แถมมาในบางรุ่น ทำให้รวนๆได้บ้าง แต่เป็นเรื่องโหลๆ ของช่างบ้านเรา ซ่อมได้สบาย

ข้อแนะนำ ราคานี้ ได้รถขนาดนี้ หากตั้งงบไว้แล้ว ยังลังเล ถือว่า "ไม่ใจ"



Logged
สถุลแมน
Moderator
Hero Member
*****

ความนิยม: +0/-0
Offline Offline

Posts: 634



« Reply #7 on: December 18, 2006, 10:40:08 PM »


ข้อแนะนำ ราคานี้ ได้รถขนาดนี้ หากตั้งงบไว้แล้ว ยังลังเล ถือว่า "ไม่ใจ"


อ่านประโยคนี้แล้วแม่งนึกถึุงกระแสร์คนเดียวเลยว่ะ....

ได้ข่าวว่าแม่งนอนกับ psp ทั้งวันทั้งคืน...
Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #8 on: December 18, 2006, 10:55:03 PM »


ข้อแนะนำ ราคานี้ ได้รถขนาดนี้ หากตั้งงบไว้แล้ว ยังลังเล ถือว่า "ไม่ใจ"


อ่านประโยคนี้แล้วแม่งนึกถึุงกระแสร์คนเดียวเลยว่ะ....

ได้ข่าวว่าแม่งนอนกับ psp ทั้งวันทั้งคืน...

ฮ่าๆ กระแสร์เอ๋ย อย่าพยายามเลย ฉายา "เซียนนพนิ้วตะขอ" ไม่ได้ได้มาเพียงข้ามคืน แต่ถ้าเล่นเกมส์อื่น กูไม่สู้วะ

บังเส็งมาพอดี คราบไคลของความโฮโซของมรึง ทำให้กูนึกออก

เกิดหากมีเพื่อนๆ ถามว่า เฮ้ย ถ้ามีเงินมากกว่าสองแสนห้า มีงบประมาณสามแสน จะเล่นรุ่นไหนดี ขอบอกว่า ได้เลย

จัดให้ๆ

สามแสนบาท แนะนำ MERCEDES-BENZ E-CLASS 300E 3.0 AT w124 หรือ โฉมโลงจำปา (แม่งใครคิดชื่อรุ่นวะ อยากเห็นหน้า)

รุ่นนี้ เกียร์ AUTO เบรค ABS พวงมาลัยพาวเวอร์ กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อก เบาะหนังแท้ + ลายไม้

โอย.. ไม่ต้องบรรยายในความหรูหรา โฉม W124 หรูไปได้อีกหลายสิบปี

ขึ้นชื่อว่าเบนซ์ไม่มีวันราคาตก ขายต่อยังไงก็คุ้ม กินน้ำมันขิมๆ ไปติดแก้สใช้ยังได้ เพราะเบนซ์ขึ้นชื่อเรื่องความทนทรหดอยู่แล้ว

อะไหล่เบนซ์ราคาถูกและหาง่ายที่สุดในรถยุโรป ไม่อย่างนั้นคงราคาตกแบบวอลโว่ เปอร์โยต์ ออดี้ หรือซาร์ปไปแล้ว

จนมีคนเปรียบไว้ว่า "อะไหล่เบนซ์หากเทียบกับโตโยต้าถือว่าแพง เทียบกับฮอนด้าถือว่าสูสี เทียบกับบีเอ็มถือว่าถูก เทียบกับวอลโว่ก็ถูกว่ามาก หากเทียบกับอัลฟ่าถือว่าถูกอย่างกับขี้.."

ไม่รู้จริงไม่จริง ลอกเขามา

สรุปๆๆ

W124 คือที่สุดของที่สุดจริงๆ โว้้ววว

รุ่นนี้ซื้อมา ไม่ต้องทำไรนอกจากขับและชื่นชม ดูแลรักษาตามปกติ เพราะมันไม่มีที่ติ (ว้อย)

วัยรุ่นขับก็เท่ห์ วัยทำงานขับก็หรู คนแก่ขับก็ภูมิฐาน เหมาะซื้อเป็นของของฝากญาติผู้ใหญ่

สุดยอดๆๆๆๆ

ท่องไว้ว่า ซื้อเบนซ์มือสองชั่วโมงนี้ ไม่มีไรคุ้มไปกว่า 300E สาธุ

ว่าแล้ว ดูรูป คันนี้เจ้าของประกาศขาย สามแสนสาม

ซื้อจริงๆ สามแสนถ้วนๆก็ขาย หุๆ
« Last Edit: December 18, 2006, 10:58:28 PM by nop_man_utd » Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #9 on: December 18, 2006, 11:09:52 PM »

อ่าว กลับมาอ่าน ตูมั่วนี่หว่า

"บีสิบสี่ ไฟท้ายชั้นเดียว" ซึ่งจริงๆแล้วเป็นตัวถัง b15 เพราะบ้านเราข้ามรุ่นปี 14 ที่ไม่เข้ามาขายในไทย

แก้เป็น

"บีสิบสี่ ไฟท้ายชั้นเดียว" ซึ่งจริงๆแล้ว มีรุ่นไฟท้ายสองชั้น คนไทยเข้าใจว่าเป็นตัวถัง b15 เพราะบ้านเราข้ามรุ่นปี 15 ที่ไม่เข้ามาขายในไทย จริงแล้วเป็น b14 minor change เท่านั้น

เพลินไปหน่อยลืมดู หุๆ เดี๋ยวเสียชื่อ
Logged
sonomata
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-4
Offline Offline

Posts: 583



« Reply #10 on: March 13, 2007, 09:15:56 AM »

กลับมาอ่านอีกรอบครับ กะจะซื้อคันที่สอง มือสอง ไว้ใช้งานยามมือหนึ่งไม่ว่าง งบไม่เกินแสนห้า...ลองแนะนำให้หน่อยครับ
Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #11 on: March 13, 2007, 02:57:23 PM »

อย่างที่คุยกันไว้เลยครับซันนี่ Nissan NV VAN เป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุด  แอร์, วิทยุ, เทป, ล้อแมกซ์, พวงมาลัยพาวเวอร์, เซ็นทรัลล็อก, เบาะกำมะหยี่

เบาะหลังพับได้ เก็บของได้มากมาย

ลูกหลาน สี่ห้าคนใส่ได้สบายบรื๋อ รวมถึงอุปกรณ์การเลี้ยงลูกเต้า

ใส่ญาติผู้ใหญ่ไปเที่ยวไกลๆ ได้โดยไม่เมื่อย

ระบบกันสะเทือนทำมาแบบรถเก๋ง

ไม่ใช่เอารถขนของมาทำเป็นแวนแบบอีซุึสุไทยรุ่ง หรือสปอร์ตไรเดอร์ ที่ทำเอาคนนั่งหลังต้องจอดอ้วกเป็นระยะๆ เพราะกันสะเทือนหลังเป็นแหนบ

แต่เอ็นวีกันสะเทือนหลังเป็นสตรัท แบบที่รถเก๋งทั่วๆไปมี ภายในกว้างขวาง คอนโซลดูโตๆ เชยๆ แต่ทำมาเพื่อไม่ให้กินพื้นที่ภา่ยในรถ

อย่างวีออสรถคันเล็กๆ แต่ทำคอนโซลมาใหญ่ นั่งไกลๆ จะเมื่อยมากหากเป็นผู้ชายตัวโตๆ

เอ็นวีมีวิธีการคิดอย่าง่ายที่สุดคือทำอย่างไรให้รถมีความสะดวกสะบาย ทนทานที่สุด ราคาไม่แพง

จนสยามกลการตอนนั้นจะใช้เอ็นวีเป็นรถยนต์แห่งชาติ ด้วยซ้ำไป

ถึงมีการขายเอ็นวีอย่างต่อเนื่องมาเกือบแปดปี ข้อเท็จจริงถามป๋าเหน่งเพิ่มเติม

เอ็นวีแวน มีสองรุ่นคือ SLX กับ SGX ต่างกันตรงที่เกียร์ที่ตัวแรกเป็นเกียร์ธรรมดา และตัวหลังเป็นเกียร์ออโต้

เครื่องยนต์เป็นตัวหัวฉีด 1600 ซีซี บล็อกเดียวกับที่ใช้ในนิสสันซันนี่ B13 B14

เรื่องการกินน้ำมันออกจะเกินหน้าเกินตาเครื่องหัวฉีดของฮอนด้า หรือโตโยต้า สมัยปัจจุบันนี้ซักหน่อย

แต่ในยุคนั้น รถราคาเดียวกันนี้ หากนำเงินเท่ากันไปซื้อฮอนด้าจะได้ฮอนด้่าสามประตูเครื่องคาร์บูที่ไม่ใช่หัวฉีด ที่นับเป็นรถ + เครื่องยนต์ ระดับ "โหล" ในตำนาน

ดูได้จากเจ้าของรถฮอนด้าสามประตูเครื่องคาร์บู แทบจะไม่มีใครทนใช้เครื่องเดิมอีกต่อไปแล้ว

ผิดกับเครื่องของซันนี่และเอ็นวี ที่ทนทรหด ไม่งั้นอู่แท็กซี่คงไม่นำมาเป็นแท็กซี่วิ่งเป็นล้านๆกิโลเมตรได้อย่างแน่นอน

ช่วงล่าง ของนิสสันใช้เทียบกันได้ทุกรุ่น คำว่าอะไหล่หายาก อะไหล่หาไม่ได้ จึงไม่มีในสารบบของเอ็นวี เพราะอะไหล่แท้ เทียบ เทียม มีกระจุยกระจายตามร้านอะไหล่

http://www.one2car.com/CarInfor/cardetails.aspx?caridx=B080713111&row=2

http://www.one2car.com/CarInfor/cardetails.aspx?caridx=B08071108&row=2


http://www.one2car.com/CarInfor/cardetails.aspx?caridx=B150712033&row=2

รุ่นพิเศษ รุ่นแคลิฟอร์เนีย

http://www.one2car.com/CarInfor/cardetails.aspx?caridx=K01064025&row=2

แนะนำเอาเป็นปี 96 ขึ้นไป และเป็นเกียร์ธรรมดาหรือออโต้ ราคาไม่ควรเกิน 140000 บาท

ขายแพงกว่านี้ไม่ต้องไปซื้อมัน

จริงๆแล้วปีก่อนราคามาอยู่ไม่เกิน 120000 บาท ด้วยซ้ำไป

แต่อาจเป็นเพราะในเน็ตมีคลับ เอ็นวี ทำให้ราคาซื้อขายรถประเภทนี้ยังทรงๆ ทั้งๆที่เอ็นวีตอนเดียว ราคาไม่ถึงหกหมื่นเจ็ดหมื่น

เวลาไปดู ข้อควรระวังคือหากเป็นรถต่ำกว่าปี 95 อาจเป็นรถแท็กซี่หมดอายุมา ต้้องให้คนดูเป็นๆ ไปดูด้วย รวมถึงดูสมุดทะเบียนว่า "ล้างเล่ม" มาหรือเปล่า

เรื่องของการดูตัวรถ รุ่นนี้ต้องดูเรื่องช่วงล่าง ว่ามีเสียงกุกๆกักๆ หรือไม่

ช่วงล่างแน่นดี เก็บงานมาหรือเปล่า หากไม่เก็บมาขายตามสภาพราคาต้องถูกลงให้เรามีงบไปเก็บเองไำด้

โช้คประตูที่ห้า หรือประตูหลังเปิดแล้วต้องค้าง ไม่ไหลลงมางับหัว ดูฝาประตูหลังสนิทแนบกับตัวถัง

เส้นสายตาข้างรถตรงเสมอไม่เป็นตะปุ่มตะป่ำ แบบรถโดนชนหนักมา

คานหน้ารถ รอยปั้ม จากโรงงานอาจหายไปบ้างแต่ควรเหลืออยู่บางรู เพราะรถอาจไปชนมาบ้างเป็นธรรมดา

ตัวออโต้ ภายในจะหรูหรากว่า รุ่นเกียร์ธรรมดา แต่ดูรวมๆแล้ว อายุอานามปานนี้ เล่นตัวเกียร์ธรรมดาก็ไม่ต่างกันมากนัีก

เครื่องยนต์ที่ไม่ค่อยพูดถึง เพราะรุ่นนี้เรื่องการซ่อม และการหาอะไหล่นับว่า ไม่ใช่ปัญหาใดๆ เข้าอู่ไหน ร้านอะไหล่ไหนซ่อมได้หมด

สงสัยไรเพิ่มว่ามาได้เลยเด้อซันนี่
« Last Edit: March 13, 2007, 03:21:43 PM by nop_man_utd » Logged
nop_man_utd
Hero Member
*****

ความนิยม: +1/-0
Offline Offline

Posts: 1,449


« Reply #12 on: March 13, 2007, 03:07:57 PM »

แหล่งขายรถถูกๆในเว็บลองหาดูที่นี่

http://rcweb.net/forums/forumdisplay.php?f=5

ต้องดูจังหวะด้วยคือ ถ้าเจ้าของประกาศขายแพงๆ เราไม่ควรรีบไปต่อราคา ควรปล่อยให้มันประกาศขายอยู่อย่างนั้นจน "มันเหงา" หรือ "หายห้าว" ไปก่อน

จากนั้น มันจะปรับราคาลง คราวนี้ก็ถึงเวลาเราเข้าไปแสดงความสนใจ แต่ต้องทำท่าว่า "กูไม่อยากได้" "ชื้อไปให้ญาติใช้" "ซื้อไปให้เมียไว้ซื้อกับข้าว"

แล้วกระทำการ "กดราคา"

ห้าม ทำทรงว่า "อยากได้มาก" "ตามหารุ่นนี้มานาน" "เป็นรถในความฝันครั้งวัยเยาว์"

ส่วนของแต่งต่างๆ ล้อแมกซ์ วิทยุ เครื่องเสียงฯลฯ ที่มันติดให้มา อย่าไปสนใจ เพราะในวงการ ทุกอย่างเราตีเป็นศูนย์

เพราะของแบบนี้เป็นการแสดงความเป็นตัวตน ความสนุกของเจ้าของรถเอง ถือว่าเขาได้ความสนุกจากการแต่งไปแล้ว เราเป็นคนซื้อเราไม่เกี่ยว เราไม่ได้สนุก สวย เท่ห์ไปกับมันในห้วงที่มันใช้มาแต่งอย่างใด

บางคนบอกว่านี่มันเป็น "สันดานพ่อค้า"

ขอตอบว่า "ใช่"

ให้บอกไปว่า เพราะเงินที่เราเอาไปซื้อรถนั้น "มันเป็นเงินกรู" และรถเป็นสังหาริมทรัพย์พิเศษมี่มีการเสื่อมราคา ตามกาลเวลา

ดังนั้น "รถ" มันต้อง "ลด" สมชื่อของมัน

 Grin Grin Grin Grin Grin

« Last Edit: March 13, 2007, 03:10:40 PM by nop_man_utd » Logged
สถุลแมน
Moderator
Hero Member
*****

ความนิยม: +0/-0
Offline Offline

Posts: 634



« Reply #13 on: March 13, 2007, 08:49:52 PM »

ซันนี่แม่งกระตุกต่อม "เซียนนพ" จนได้

แล้วกูอยากถามว่า ถ้ามีเงิน 8-9 แสน เอาไปเล่นรถมือสองพวก camry, wish อย่างนี้ มันคุ้มมั้ย  (จ่ายสด ดังนั้นไม่ต้องคิดค่า vat 7%) เพราะก่อนหน้านี้เคยคิดทะลึ่งแบบนี้มาแล้ว ก่อนจะออก civic
Logged
NattaNT
Hero Member
*****

ความนิยม: +0/-1
Offline Offline

Posts: 500



WWW
« Reply #14 on: March 14, 2007, 10:59:50 AM »

เอามั่ง
เนื่องจากเคยเห็นสภาพคนซื้อรถมือสองที่หน้าตาซูบซีดเพราะต้องคอยซ่อมโน่นซ่อมนี่ ซ่อมนี่เสร็จ ไอ้นั่นเสีย ซ่อมโน่นเสร็จ ไอ้นี่แม่งเสียอีกแล้ว
รวมทั้งความเข้าใจส่วนตัวว่ารถมันก็มีอายุการใช้งานของมันเหมือนกัน ยิ่งรถอายุเป็นห้าปีสิบปีขึ้นไป อายุมันจะเหลือให้เราใช้ไปได้อีกเท่าไหร่

ในฐานะคนที่ไม่มีรถมาก่อน ได้รถคันแรกก็อยากให้มีปัญหาน้อยหน่อย เพราะว่าประสบการณ์ยังน้อย
แต่ก็ติดที่รถมือสองก็ช่วยให้งบตั้งต้นลดไปได้เยอะเหมือนกัน ทำให้ยังลังเลอยู่พอสมควร
อันนี้อาจารย์นพพอจะชี้ทางสว่างได้บ้างรึเปล่าครับ
Logged
Pages: [1] 2 3  All
  Print  
 
Jump to:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Page created in 0.121 seconds with 22 queries.